พิธีมอบรางวัลและเงินทุนช่วยเหลือการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 32
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย ได้จัดพิธีมอบรางวัลและเงินทุนช่วยเหลือการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 32 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธี ซึ่งนับเป็นเวลา 17 ปีที่ท่านได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ฯพณฯ นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ คุณอาคิฮิโระ นิคคาคุ ประธานกรรมการ บริษัท โทเรอินดัสตรีส์ อิงค์ (ประเทศญี่ปุ่น) และคุณฮิโรชิ ยามาดะ ประธานกรรมการ บริษัท โทเรอินดัสตรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้
![]() |
ด้วยเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาและก้าวหน้าของประเทศไทย มูลนิธิฯ ได้มอบรางวัลและทุนสนับสนุน 3 ประเภท ได้แก่
![]() |
(1) รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับบุคคลหรือสถาบันที่มีผลงานดีเด่นในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยปีนี้มอบรางวัลประเภทบุคคลแก่ ศาสตราจารย์ ดร. เกษม สร้อยทอง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และรางวัลประเภทหน่วยงานแก่ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการก่อสร้างและบำรุงรักษา (CONTEC) สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. สมนึก ตั้งเติมสิริกุล เป็นผู้แทนหน่วยงาน รวม 2 รางวัล มูลค่า 800,000 บาท
![]() |
(2) เงินทุนช่วยเหลือการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นทุนเพื่อสนับสนุนอาจารย์หรือนักวิจัยที่กำลังมีโครงการค้นคว้างานอันจะอำนวยประโยชน์แก่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย จำนวน 20 ทุน รวมมูลค่า 4,000,000 บาท ครอบคลุมสาขาเกษตรศาสตร์ 7 โครงการ สาขาเคมี 5 โครงการ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ 5 โครงการ และสาขาฟิสิกส์ 3 โครงการ
![]() |
(3) รางวัลการศึกษาวิทยาศาสตร์ สำหรับครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีผลงานดีเด่นและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทางด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ จำนวน 6 รางวัล มูลค่า 450,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลสำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 150,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 300,000 บาท พร้อมมอบเงินสนับสนุนห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ให้แต่ละโรงเรียนที่ได้รับรางวัลรวม 125,000 บาท
ในปีนี้ มูลนิธิฯ ได้มอบรางวัลและทุนฯ รวมเป็นจำนวน 5.375 ล้านบาท และตลอด 32 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ มอบรางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรวมทั้งสิ้น 65 ราย ทุนช่วยเหลือการวิจัย 588 โครงการ และมอบรางวัลให้ครูวิทยาศาสตร์รวมทั้งสิ้น 270 ราย รวมเป็นมูลค่ากว่า 167 ล้านบาท
![]() |
ภายในงาน ตัวแทนผู้รับรางวัล ศาสตราจารย์ ดร. เกษม สร้อยทอง จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้กล่าวแสดงความขอบคุณมูลนิธิฯ พร้อมกราบขอบพระคุณประธานในพิธีและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงาน โดยย้ำว่า “รางวัลและทุนวิจัยมูลนิธิโทเร” เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศที่คัดสรรผลงานวิจัยซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นกำลังใจสำคัญต่อบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยที่มุ่งมั่นสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน ตลอดจนขอบคุณคณะกรรมการมูลนิธิฯ ครูบาอาจารย์ เพื่อนร่วมงานวิจัย และแหล่งทุนต่าง ๆ ที่สนับสนุนการทำวิจัยเสมอมา พร้อมขอบคุณผู้ร่วมงานทุกท่านที่สละเวลามาเป็นสักขีพยานในพิธีมอบรางวัลและเงินทุนช่วยเหลือการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 32 ในวันนี้
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการเปิดวีดิทัศน์นำเสนอผลงานของตัวแทนผู้ได้รับรางวัล 3 ท่าน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิมพ์เพชร สระทองอุ่น คณะวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่องการพัฒนาคุณสมบัติเชิงฟังก์ชั่นของโฟมชีวภาพไมซีเลียมคอมโพสิตจากกากกาแฟและแกลบสำหรับงานกักเก็บน้ำและกรองฝุ่นในหลังคาเขียวของเมืองฟองน้ำ ซึ่งผลการศึกษาพบว่าวัสดุมีคุณสมบัติทางกลและกายภาพใกล้เคียงโฟม แต่ย่อยสลายได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งมีโครงสร้างรูพรุนและตาข่ายเส้นใยช่วยดูดซับน้ำได้ และปล่อยน้ำออกได้คล้ายฟองน้ำ พร้อมศักยภาพในการกรองฝุ่นเบื้องต้น แม้วัสดุยังไม่เหมาะเป็นโครงสร้างรับแรงมาก แต่มีความเหมาะสมในการใช้เป็นชั้นกักเก็บน้ำของหลังคาเขียวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิอาคาร เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสนับสนุนแนวคิดเมืองฟองน้ำ ตลอดจนเพิ่มมูลค่าของเสียทางการเกษตรและลดการใช้ทรัพยากร
![]() |
ขณะที่รองศาสตราจารย์ ดร. สมชาย สวัสดี สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่องการผลิตและปรับปรุงพื้นผิวของผลึกเซลลูโลสอนุภาคนาโนที่ได้จากกากผลปาล์มสำหรับเตรียมเป็นแผ่นปิดแผลที่บรรจุยาฆ่าเชื้อแวนโคไมซิน โดยมุ่งพัฒนาระบบนำส่งยาจากวัสดุธรรมชาติและของเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อต่อยอดกากผลปาล์มน้ำมันซึ่งมีเซลลูโลสปริมาณมากแต่มีมูลค่าต่ำ ให้กลายเป็นเซลลูโลสนาโนคริสตัลที่มีคุณสมบัติโดดเด่น เช่น โปร่งแสง ยืดหยุ่น แข็งแรง และให้น้ำและอากาศซึมผ่านได้ เหมาะสำหรับใช้เป็นแผ่นปิดแผลทางการแพทย์ พร้อมทั้งปรับปรุงพื้นผิวด้วยปฏิกิริยาเคมีเพื่อเพิ่มการยึดเกาะและการดูดซับตัวยา ทำให้สามารถปลดปล่อยยาเพื่อช่วยรักษาแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากโครงการสำเร็จจะช่วยลดการนำเข้าวัสดุปิดแผลจากต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ และสร้างรายได้ให้เกษตรกรในภาคใต้
ในส่วนของอาจารย์จันทร์จิรา ชัยอินทรีอาจ จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ที่นำเสนอผลงานวิจัยเรื่องการพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงมดแดง (Oecophylla smaragdina) โดยใช้โปรตีนไฮโดรไลเซทจากกากถั่วดาวอินคา ด้วยเอนไซม์ปาเปนจากเมล็ดมะละกอ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ได้รับรางวัลการศึกษาวิทยาศาสตร์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเห็นของเหลือทิ้งทางการเกษตรจำนวนมากจากการศึกษาดูงาน และนำมาพัฒนาเป็นทรัพยากรเพิ่มมูลค่า ร่วมกับนักเรียนออกแบบการทดลองเปลี่ยนกากถั่วดาวอินคาให้เป็นโปรตีนไฮโดรไลเซทและพัฒนาเป็นอาหารวุ้นสำหรับมดแดงที่กินง่ายและขนย้ายสะดวก พร้อมต่อยอดด้วยการใช้ระบบ AI และ IoT เพื่อติดตามพฤติกรรมการกินและประเมินประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ ผลการวิจัยพบว่าสูตรอาหารช่วยเพิ่มอัตราการรอดของตัวอ่อน เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) โดยมีแผนขยายผลสู่เกษตรกรระดับฟาร์มชุมชน ลดต้นทุนอาหารและเพิ่มความมั่นคงของผลผลิต ตลอดจนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
![]() |
ในโอกาสนี้ คุณอาคิฮิโระ นิคคาคุ ประธานกรรมการ บริษัท โทเรอินดัสตรีส์ อิงค์ (ประเทศญี่ปุ่น) ได้กล่าวทักทายผู้ร่วมงานเป็นภาษาไทย พร้อมแสดงความขอบคุณ ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ฯพณฯ นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ และผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงาน
นอกจากนี้ คุณอาคิฮิโระ นิคคาคุ ได้แสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล พร้อมกล่าวถึงแนวคิดการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทโทเรที่มุ่งเป็น “องค์กรของสังคม” และสนับสนุนการพัฒนาประเทศต่าง ๆ ผ่านการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนบทบาทของมูลนิธิฯ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมวิทยาศาสตร์พื้นฐาน และมีส่วนช่วยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรบุคคล และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องมากว่า 32 ปี
ในช่วงท้าย คุณอาคิฮิโระ นิคคาคุ ได้กล่าวถึงบริบทโลกที่มีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยชื่นชมทิศทางของประเทศไทยในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า และขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวคิด BCG ทั้งนี้ยังได้ย้ำยุทธศาสตร์ของโทเรในการขับเคลื่อน “นวัตกรรมด้านความยั่งยืน” และการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การหมุนเวียนทรัพยากร และนวัตกรรมวัสดุขั้นสูง
ท้ายที่สุด คุณอาคิฮิโระ นิคคาคุ ได้กล่าวชื่นชมความหลากหลายของผลงานวิจัยที่ได้รับการคัดเลือกในสาขาเกษตรกรรมและชีววิทยา เคมี วิศวกรรมศาสตร์ และฟิสิกส์ ซึ่งตอบโจทย์สำคัญของประเทศ ทั้งการเพิ่มผลิตภาพ การยกระดับอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมแสดงความหวังว่าจะเกิดการแลกเปลี่ยนและต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกับเทคโนโลยีของโทเร เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้สังคม และอวยพรให้ผู้ได้รับรางวัลทุกท่านประสบความสำเร็จ รวมถึงขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนทุ่มเทแรงกายแรงใจและทำให้พิธีดำเนินไปอย่างสมเกียรติ
![]() |
ขณะที่ ฯพณฯ นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล พร้อมขอบคุณ ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และขอบคุณมูลนิธิโทเรเพื่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย รวมถึงบริษัทโทเรอินดัสตรีส์ ที่มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยอย่างต่อเนื่องตลอด 32 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังได้เน้นย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่สั่งสมความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน 139 ปี และมีความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว การศึกษา และการแลกเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ จนพัฒนาเป็นหุ้นส่วนที่จำเป็นต่อกันและกันอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ฯพณฯ นายมาซาโตะ โอตากะ ยังกล่าวถึงการยกระดับความร่วมมือในปี 2568 โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พลังงาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งเปิดเวทีให้ทั้งสองประเทศร่วมกันกำหนดทิศทางพลังงานและอุตสาหกรรมในอนาคต โดยตั้งเป้าว่าในปี 2569 จะผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศเพื่อส่งต่อการเรียนรู้และโอกาสให้คนรุ่นต่อไป
ในช่วงท้าย ฯพณฯ นายมาซาโตะ โอตากะ ได้ย้ำถึงบทบาทของมูลนิธิฯ ในฐานะมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยบริษัทญี่ปุ่นซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยผ่านการพัฒนาบุคลากรมาอย่างต่อเนื่อง และกล่าวว่าผู้ได้รับรางวัลในวันนี้คือ “กำลังสำคัญ” ในการสานต่อความก้าวหน้า พร้อมอวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการทำงานต่อไป ขอให้มูลนิธิฯ เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น และขอให้ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นแน่นแฟ้นมั่นคงยิ่งขึ้นในอนาคต
![]() |
ท้ายที่สุด ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ได้กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและเงินทุนของมูลนิธิฯ พร้อมเน้นย้ำบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษยชาติอย่างรวดเร็ว ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวและนำศักยภาพดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ โดยชื่นชมผลงานวิจัยของนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัลในปีนี้ว่า ตอบโจทย์พลวัตของสังคมโลก โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งกล่าวยกย่องมูลนิธิฯ ที่มีบทบาทต่อเนื่องกว่า 32 ปีในการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน ก่อนแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน และอวยพรให้มูลนิธิฯ ผู้สนับสนุน คณะกรรมการ และผู้มีเกียรติทุกท่านประสบความสุขความเจริญต่อไป











